Researched by
American and Australian
physicians

สารอาหารในสูตร
สารสกัดจากผลส้มแขก (HCA), สารสกัดจากชาเขียว (Green Tea Extract), สารสกัดจากพริก (Chilli Extract),
โครเมี่ยม อะมิโน แอซิด คีเลต (Chromium ACC), แมกนีเซียม อะมิโน แอซิด คีเลต (Magnesium AAC), แมงกานีส อะมิโน แอวิด คีเลต
(Manganese ACC), ซิงค์ อะมิโน แอซิด คีเลต (Zonc AAC), วิตามินรวม, ฮอร์ธอร์น (Hawthorn), ไซเลี่ยม ฮัซค์ (Psyllium Husks),
สารสกัดจากเปลือกสัตว์ทะเล-ไคโตซาน (Marine Shellfish Extract-Chitosan), วิตามินซี (Vitamin C),
กลูโคแมนแนน (Glucomannan), สารสกัดจากสมอไทย (Terminalia Extract)


สารสกัดจากถั่วขาว ( White Kidney Bean Extract)
เป็นพืชสมุนไพรชนิดที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “Phaseolus vulgaris” สารสกัดที่แยกได้เรียกว่า “ฟาซิโอลามีน (Phaseolamin)”
เป็นตัวยับยั้งการทำงานของเอนไซม์อัลฟา-อะไมเลส (alpha-amylase) ซึ่งเป็นเอนไซม์ ที่ทำหน้าที่ย่อยแป้งเชิงซ้อน
(complex carbohydrates) ทำให้แป้งไม่ถูกเปลี่ยนเป็นน้ำตาล การดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่ร่างกายจึงลดลง

การยับยั้งที่จุดนี้จึงเป็นการลดปริมาณแคลอรีสะสมในร่างกายที่มาจาก carbohydrate และเป็นส่วนสำคัญในการลดน้ำหนัก
การศึกษาของ University of Extremadura, Spain ในปี 2004 ได้ทดสอบในหนูทดลอง Wistar rats โดยได้รับสารสกัดนี้ควบคู่กับ
อาหารพวกแป้งพบว่าสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดและลดอัตราการเพิ่มขึ้นของน้ำหนัก

เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม และมีการศึกษาของ UCLA School of Medicine, USAในปี 2004 โดยออกแบบการทดลองเพื่อประเมินผลของสารสกัด

white kidney bean โดยให้อาสาสมัครที่อ้วนจำนวน 50 คน เข้าร่วมการ ทดสอบขั้นที่ 2(Phase 2) เป็นเวลา 8 สัปดาห์ในรูปแบบ
randomized, double-blind, placebo-controlled study ซึ่งหมายถึงการทดสอบแบบสุ่ม และเทียบผลกับยาหลอก
โดยที่ผู้เข้าร่วมโครงการต่างก็ไม่ทราบว่า ตนเองได้รับสารสกัดหรือได้รับยาหลอก ในทางการวิจัยนั้นการศึกษาประเภทนี้ถือว่า
เป็นการศึกษาที่น่าเชื่อถือมากที่สุด พบว่าสารสกัดนี้มีศักยภาพในการช่วยสนับสนุนการรักษา (adjunct therapy)
ในผู้ที่ประสบกับภาวะโรคอ้วน (obesity) และไตรกลีเซอไรด์สูง (hypertriglyceridemia)

เคล์ป (Kelp)
เคลป์ เป็นสาหร่ายทะเลสีน้ำตาลที่พบได้มากในทะเลน้ำเย็น และเป็นแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยสารนานาชนิด ซึ่งเป็นประโยชน์
ต่อสัตว์ทะเลและมนุษย์ ได้แก่ Algenic acid, Biotin, Bromine, Calcium, Inositol, Iodine, Potassium, Selenium, Sodium,
Sulfur Vitamin A, B1, B3, B6, B12, C, E และ Zinc สาหร่ายเคลป์ได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ

เนื่องจากมีไอโอดีนสูง ที่นอกจากจะช่วยป้องกันและรักษาโรคคอพอก ชนิดขาดไอโอดีน (Hypothyroidism) แล้ว ยังช่วยให้ร่างกาย
สร้างไธรอยด์ฮอร์โมนได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย ไธรอยด์ฮอร์โมน มีหน้าที่ช่วยในการเผาผลาญ (metabolism) ไขมัน โปรตีน
และคาร์โบไฮเดรตในร่างกาย

จากผลการวิจัยพบว่าไธรอยด์ฮอร์โมนจะช่วยเผาผลาญไขมันผ่านขบวนการไซคลิคเอเอ็มพี (cAMP) ซึ่งจะเผาผลาญไขมันได้ทั้ง
ทางตรงและทางอ้อม นอกจากนี้ยังพบว่าไธรอยด์ฮอร์โมนช่วยกระตุ้นให้โคเลสเตอรอลเปลี่ยน เป็นกรดน้ำดี (Bile Acids)
และกระตุ้นให้ตับผลิตตัวรับสัญญาณของโคเลสเตอรอลชนิดเลว LDL (Low Density Lipoprotein) ทำให้เซลล์ของตับสามารถจับ
LDLและนำไปทำลายในเซลล์ได้เร็วขึ้นพลังงานที่เกิดขึ้นจากการเผาผลาญจะมีส่วนช่วยให้รู้สึกสดชื่นและกระตือรือร้นมากขึ้น

แอปเปิ้ลไซเดอร์ วินิการ
แอปเปิ้ลเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งสายพันธุ์ Malus ในแอปเปิ้ลจะประกอบไปด้วย คาร์โบไฮเดรตในปริมาณสูง และมีวิตามิน เอ วิตามิน ซี
และยังเป็นแหล่งของใยอาหาร(pectin) อีกด้วย Apple Cider คือ น้ำแอปเปิ้ลที่หมักจนเป็นเหล้า ซึ่งจะมีสารอาหารต่างๆ เช่น
โพแทสเซียม วิตามิน ซี และ pectin ซึ่งเป็นเส้นใยที่ละลายน้ำได้

จากการศึกษาพบว่าการบริโภคอาหารที่มี pectin ในปริมาณสูง จะสามารถช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอลในเลือดได้ Apple Cider
ยังมีผลต่อระบบการย่อย และระบบการไหลเวียนโลหิต

นอกจากนั้นยังให้ประโยชน์อื่นอีกเช่น ช่วยควบคุมน้ำหนัก ช่วยบรรเทาอาการของโรคกระดูกพรุน ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ
ช่วยกำจัดสารพิษออกจากเนื้อเยื่อและข้อต่อ ลดอาการของโรคข้ออักเสบ และช่วยบำรุงผิวพรรณ อีกทั้งใน Apple Cider
จะมีโซเดียมในปริมาณต่ำ ไม่มีไขมันและไม่มีคลอเลสเตอรอลอีกด้วย

สารสกัดจากผลส้มแขก (HCA)
จากผลการศึกษาวิจัย ดร. พิเชษฐ วิริยะจิตราและคณะ) ถึงสารสกัดจากผลส้มแขก ( HCA) มีสารไฮดรอกซี่ ซิตริค แอซิด หรือ HCA
ช่วยลดไขมันในร่างกาย โดยจะไปขัดขวางการทำงานของเอนไซม์ ที่จะเปลี่ยนแป้งและน้ำตาลเป็นไขมันได้บางส่วน (ร้อยละ 40-70)

ซึ่งจะเป็นกระบวนการหลังจากที่ร่างกายได้นำเอาพลังงานที่ควรได้รับจากแป้งและน้ำตาลไปใช้อย่างเพียงพอแล้ว ไขมันจึงถูกสร้าง
น้อยลง ร่างกายมีพลังงานมากขึ้นเพราะไกลโคเจนไม่ได้ถูกเปลี่ยนไปเป็นไขมันทั้งหมด

สารสกัดจากชาเขียว (Green Tea Extract)
จากการศึกษาของ University of Geneva ของ Switzerland พบว่าสารแคทีชีน (Catechin) ที่มีอยู่ในชาเขียวมีคุณสมบัติพิเศษ
ในการช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงาน และเผาผลาญไขมันให้มากขึ้นเพียงได้รับวันละ 50 มิลลิกรัมเท่านั้น

โดย catechin จะไปเพิ่มขบวนการ thermogenesis ซึ่งเป็นขบวนการที่ร่างกายใช้ในการเผาผลาญพลังงาน และเร่งการสลายไขมัน
จึงทำให้ไขมันส่วนเกินลดลงนอกจากนี้สารสกัดจากชาเขียวยังมีฤทธิ์ในการป้องกันมะเร็ง ป้องกันการเกาะตัวของเกล็ดเลือด
ป้องกันหลอดเลือดอุดตันลดคลอเรสเตอรอล และช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระทำให้ผิวสวยอีกด้วย

เลซิติน ( Lecithin )
Lecithin เป็นส่วนประกอบของไขมัน ฟอสโฟไลปิค ที่มีฟอสฟาติดิลโคลีน (พีซี) เป็นส่วนประกอบสำคัญ มีประโยชน์ คือ ช่วยในการ
เสริมสร้างความจำ ช่วยควบคุมระดับคลอเลสเตอรอลได้ โดยเลซิตินทำหน้าที่เป็นตัวทำละลายไขมันในเส้นเลือด และสามารถป้องกัน
การจับตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือด ช่วยเผาผลาญไขมัน ช่วยป้องกันการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ส่งเสริม
การทำงานของเซลล์ให้มีประสิทธิภาพอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อ หัวใจ ตับ ไต และต่อมไร้ท่อ ตลอดจนการไหลเวียน
ของโลหิตให้ดีขึ้น นอกจากนี้เลซิตินยังช่วยป้องกัน และลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดได้เป็นอย่างดี

แมกนีเซียม อะมิโน แอซิด คีเลต (Magnesium Amino Acid Chelated)
ช่วยสร้างมวลกล้ามเนื้อ พร้อมเร่งเผาผลาญไขมันให้เป็นพลังงาน ทำหน้าที่เป็นตัวเร่งในปฏิกิริยาเอนไซม์ หลายปฏิกิริยา จำเป็นสำหรับ
การส่งสัญญาณทางประสาทและการหดตัวของกล้ามเนื้อ จำเป็นสำหรับการเติบโตของกระดูก สำคัญในการนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์
ของวิตามิน บี ซีจำเป็นสำหรับการเผาผลาญแคลเซียม ฟอสฟอรัส โซเดียมและโปตัสเซียมอาจป้องกันโรคทางหลอดเลือดหัวใจ
โดยจะไปลดความดันเลือดลง และป้องกันการเกาะของโคเลสเตอรอลในหลอดเลือดแดง

ช่วยในการควบคุมสมดุลของกรด-ด่างในร่างกาย อาจทำหน้าที่เป็นตัวยาสงบประสาทตามธรรมชาติ ช่วยในการควบคุมอุณหภูมิของ
ร่างกาย พบแมกนีเซียมในเนื้อสัตว์ผลไม้เปลือกแข็งถั่วเมล็ดแห้งข้าวไม่สีผักใบเขียว

โครเมี่ยม อะมิโน แอซิด คีเลต (Chromium Amino Acid Chelated)
ช่วยลดความอยากอาหาร ป้องกันไม่ให้น้ำตาลเปลี่ยนเป็นไขมัน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดระดับไขมัน LDL ลดการสร้างไขมันใหม่
และสลายไขมันเก่าให้กลายเป็นกล้ามเนื้อ ทำให้รูปร่างกระชับ ไร้ไขมันส่วนเกิน Chromium AACมีโมเลกุลขนาดเล็กมาก สามารถ
ดูดซึมผ่านลำไส้ได้โดยทันที โดยไม่ต้องผ่านการย่อย ทำให้เพิ่มขีดความสามารถ ในการดูดซึมของแร่ธาตุโครเมี่ยมให้สูงยิ่งขึ้นกว่า
โครเมี่ยมชนิดอื่นๆปราศจากผลข้างเคียง ถึงแม้ว่าจะรับประทานมาเป็นเวลานาน พบโครเมี่ยมในบรูเออร์ยีสต์ ข้าวต่างๆ เนยแข็ง และตับ

แมงกานีส อะมิโน แอซิด คีเลต (Manganese Amino Acid Chelated)
ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยส่งเสริมการทำงานของโครเมี่ยม ทำให้ร่างกายเพิ่มอัตราการเผาผลาญแป้งและไขมัน
ให้เป็นพลังงานมากขึ้นและกระตุ้นให้ร่างกายใช้พลังงานอย่างรวดเร็ว ทำให้ร่างกายกระฉับกระเฉง สามารถออกกำลังกายหรือทำงาน
ได้นานขึ้นกว่าเดิม โดยไม่อ่อนเพลีย แหล่งอาหารที่ดีที่สุดของแมงกานิส คือ ข้าวต่างๆ ผลไม้เปลือกแข็ง และผลไม้

ซีลีเนียม อะมิโน แอซิด คอมเพล็กซ์ (Selenium Amino Acid Chelated)
ป้องกันการเสื่อมของตับอ่อน ทำให้ตับอ่อนผลิตอินซูลินได้ดีขึ้น ทำให้ร่างกายใช้น้ำตาลได้ดีขึ้น ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญของร่างกาย
นอกจากนี้ซีลีเนียมยังเป็นสารต้านออกซิแดนส์ตามธรรมชาติ ซึ่งทำงานใกล้ชิดกับวิตามิน อี เพื่อรักษาเนื้อเยื่อต่างๆให้มีความยืดหยุ่น
และช่วยให้หัวใจทำหน้าที่ได้ดีขึ้นช่วยในการผลิตสาร prostagland เพื่อป้องกันไม่ให้ความดันเลือดสูงและเป็นโรคหัวใจ

ซีลีเนียมยังสำคัญในการช่วยไม่ให้เป็นหมัน โดยช่วยให้เชื้ออสุจิมีความ แข็งแรง ช่วยเพิ่มความต้านทานต่อการเป็นโรค อาจป้องกัน
การแก่ก่อนอายุโดยไปยับยั้งการสร้างอนุมูลอิสระและยังช่วย ป้องกันร่างกายจากรังสี แหล่งอาหารที่ดีที่สุดของซีลีเนียม คือ
อาหารทะเล ตับ และข้าว


ซิงค์ อะมิโน แอซิด คีเลต (สังกะสี)
ช่วยย่อย เผาผลาญและสลายไขมันเก่า และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ Growth Hormone ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการ
สลายไขมันสะสมตามส่วนต่างๆของร่างกายอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะเวลาหลับ นอกจากนี้ ซิงค์ยังช่วยในการสร้าง RNA และ DNA
และสังเคราะห์โปรตีน ซิงค์มีความจำเป็นสำหรับการหายใจของเนื้อเยื่อ ซิงค์เป็นส่วนหนึ่งของอินซูลิน ซึ่งเกี่ยวข้องในการเผาผลาญ
คาร์โบไฮเดรทและให้พลังงาน ซิงค์จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตและการเจริญของระบบสืบพันธุ์และช่วยให้ต่อมลูกหมาก
ทำหน้าที่ได้ถูกต้อง ป้องกันไม่ให้เป็นหมัน

ซิงค์ทำให้การรักษาบาดแผลและแผลไฟไหม้หายเร็วขึ้น ซิงค์ช่วยให้การดูดซึมของวิตามินบี ดีขึ้น และนำวิตามิน เอ ไปใช้ประโยชน์
ซิงค์จำเป็นสำหรับสุขภาพผิวหนัง ระบบทางเดินอาหาร ลำไส้ และระบบประสาทกลาง ซิงค์สำคัญในการสร้างกระดูกตามปกติ
และช่วยในการเจริญเติบโต ของทารกในครรภ์ ซิงค์ช่วยในการขจัดคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากเลือดทางปอด

ซิงค์ช่วยแก้ปัญหาเรื่องสิว มีรายงานการวิจัยพบว่า ในผู้ที่มีความผิดปกติของผิวหนังต่อไปนี้ มีระดับของแร่ธาตุสังกะสีในผิวหนังต่ำ
กว่าปกติ เช่น ผู้ที่เป็นสิว ผู้ที่มีอาการผิวหนังพุพอง ผู้ป่วยโรคงูสวัสดิ์ และ ผู้ป่วยโรคเรื้อนกวาง (สะเก็ดเงินสะเก็ดทอง) มีการใช้
แร่ธาตุสังกะสีเป็นแร่ธาตุเสริม เพื่อกระตุ้นภูมิต้านทาน รักษา ป้องกันสิว และป้องกันการเกิดแผลเป็นจากสิว ทั้งนี้การเสริมแร่ธาตุสังกะสี
จะช่วยรักษาสิวได้หรือไม่ขึ้นกับว่าร่างกายมีภาวะขาดแร่ธาตุสังกะสีหรือไม่ มีรายงาน การใช้แร่ธาตุสังกะสีในการรักษาสิวบางกรณี
โดยให้แร่ธาตุสังกะสี ปริมาณ 30 มก.ต่อวัน เป็นระยะเวลา 2-3 เดือน พบกว่าผลการรักษาเทียบเท่ากับการใช้ยาปฎิชีวนะเลยทีเดียว

หากมีการใช้แร่ธาตุสังกะสีในระยะยาวเพื่อการรักษาสิว ร่างกายจะต้องได้รับแร่ธาตุสำคัญอีกสองชนิดคือ ทองแดง (Copper) และ
แมงกานีส (Manganese) ด้วย เนื่องจากแร่ธาตุทั้ง 3 ชนิดนี้จะแย่งจับตัวรับ (Receptor) ตำแหน่งเดียวกันของเซลล์ การได้รับเพียงแต่
ธาตุสังกะสี เป็นเวลานานทำให้ร่างกายขาดธาตุทองแดงและแมงกานีสได้ ซึ่งจะนำไปสู่อาการผิดปกติอื่นๆของร่างกาย ผลจากการใช้
ธาตุสังกะสีเป็นแร่ธาตุเสริมในการรักษาสิว อาจจะใช้ระยะเวลาถึง 14 สัปดาห์ในผู้ที่มีปัญหาบางราย แต่บางรายเพียง 3 สัปดาห์ก็เห็นผล
และบางกรณีสิวดูเหมือนจะแย่ลงในสัปดาห์แรกๆ ของการรักษาด้วยแร่ธาตุเสริมจึงดีขึ้น หลังจากนั้นแหล่งอาหารที่ดีที่สุดของสังกะสี
คือ ตับ ไข่ ผลไม้เปลือกแข็ง และข้าว

คอปเปอร์ อะมิโน แอซิด คีเลต (Copper Amino Acid Chelated)
ช่วยเผาผลาญ นอกจากนี้คอปเปอร์ (ทองแดง)ยังจำเป็นเพื่อให้เหล็กถูกดูดซึม และนำไปใช้ประโยชน์ในการสร้างฮีโมโกลบิน คอปเปอร์
ช่วยในการผลิตกรดนิวคลีอิค คือ อาร์ เอ็น เอ คอปเปอร์จำเป็นสำหรับการเผาผลาญโปรตีน และการสร้างสีของผิวหนังและสีผม
เมื่อคอปเปอร์ร่วมกับวิตามินซี จะช่วยในการสร้างอีลาสติน คอปเปอร์มีอยู่ในระบบเอ็นไซม์ต่างๆ สำคัญในระบบโครงสร้างเนื้อเยื่อ
เกี่ยวพันธ์และการผลิตฟอสโฟไลพิด แหล่งอาหารที่ดีที่สุดของทองแดง คือ หอยนางรม ผลไม้เปลือกแข็ง เมล็ดพืช และถั่ว

วิตามินบี 1 (Vitamin B1)
วิตามิน บี 1 มีความสำคัญต่อเมตาบอลิซึ่มของพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมตาบอลิซึ่มของคาร์โบไฮเดรต นำเอาพลังงานออกมา
จากคาร์โบไฮเดรต ซึ่งมีความจำเป็นต่อสภาพของกล้ามเนื้อ โดยทำหน้าที่เป็น co-enzyme ใน oxidative decarboxylation
ในกระบวนการสลายน้ำตาลกลูโคส [glycolysis], rebs cycle และ Pentose phosphate pathway ดังนั้น ยิ่งใช้พลังงานมาก
ก็ยิ่งมีความต้องการวิตามินบี 1 มากขึ้น ค่า RDA ของวิตามิน บี 1 ประมาณ 0.5 มก./1000 กิโลแคลลอรี่ วิตามินบี 1 มีความจำเป็นต่อ
สภาพของกล้ามเนื้อ ช่วยรักษาเนื้อเยื่อประสาทเพื่อการเติบโตเป็นไปตามปกติ พบวิตามินบี 1 มากในเนื้อหมู เนื้อแกะ ตับ ถั่วเหลือง
ถั่วเขียว รำข้าว ข้าวซ้อมมือ ธัญพืช

วิตามินบี 2 (Vitamin B2)
ช่วยให้ร่างกายขับพลังงานที่เก็บไว้ออกมา และยังมีส่วนในการเผาผลาญอาหารจำพวกโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน มีความจำเป็น
ต่อการหายใจของเซลล์ ช่วยสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง ปกป้องผิวหนัง และสายตาเป็น co-enzyme ในปฏิกิริยาการเปลี่ยนวิตามิน บี 6
และกรดโฟลิก ให้อยู่ในรูป active ทั้งยังทำหน้าที่รักษาเนื้อเยื่อของร่างกาย รักษาสภาพของเยื่อบุผิวและ mucosa ให้เป็นปกติ
แหล่งที่ให้วิตามินบี 2 มากได้แก่ ไข่ นม ปลา ตับ เนื้อสัตว์ ธัญพืช ชีสและผักใบเขียว

ไนอะซิน (Niacin)
คือวิตามินบี 3 เป็นเอนไซม์ที่ช่วยในการเผาผลาญไขมัน และเผาผลาญโปรตีนในร่างกาย ทำให้ร่างกายมีการเผาผลาญไขมันส่วนเกิน
ที่สะสมอยู่ได้ดียิ่งขึ้น แหล่งของ niacin อยู่ในตับ นมวัว ไข่ เนื้อสัตว์ ปลา ธัญพืช ถั่วและข้าวซ้อมมือ


กรดแพนโทธินิค (Pantothenic Acid)
คือวิตามิน บี 5 เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในการเผาผลาญไขมัน คาร์โบไฮเดรต และโปรตีนให้กลายเป็นพลังงาน มีความสำคัญต่อการสร้าง
เนื้อเยื่อประสาทและฮอร์โมน พบมากในเครื่องในสัตว์ ยีสต์ ไข่แดง ถั่ว และwheat germ


วิตามินบี 6 (Vitamin B6)
ช่วยเร่งเผาผลาญไขมัน คาร์โบไฮเดรต และโปรตีนให้กลายเป็นพลังงานทำให้ไขมันลดลง มวลกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น ช่วยให้ระบบประสาท
ทำงานได้สมบูรณ์ และเหมาะสมกับระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ยังช่วยควบคุมระดับของ Homocysteine (Amino Acid) ที่พบในเลือด
ไม่ให้มีปริมาณสูง เพื่อลดความเสี่ยงของโรคหัวใจแหล่งของวิตามิน บี 6 อยู่ในตับ เนื้อสัตว์ ปลาแซลมอน นม ถั่ว องุ่น จมูกข้าวสาลี
แครอท มันฝรั่ง ข้าวซ้อมมือ กล้วย มะเขือเทศ


วิตามินบี 12 (Vitamin B12)
วิตามินบี 12 เป็น coenzyme ของ methyl malonyl CoA mutase และ B12 methyl transferase ซึ่งมีความจำเป็นต่อการ
เมตาบอลิซึ่มของคาร์โบไฮเดรท ไขมัน โปรตีน

ช่วยให้กระบวนการเมตาบอลิซึ่มไปถึงจุดสุดยอดและมีบทบาทในการเจริญและการแบ่งตัวของเซลล์ รวมทั้งการสังเคราะห์ myelin
ด้วย แหล่งของวิตามินบี 12 อยู่ในตับ ไต รองลงมาได้แก่ เนื้อสัตว์ ไข่แดง และอาหารหมักดอง เช่น กะปิ น้ำปลา เต้าเจี้ยว
อาหารที่มาจากพืชผักทั้งหมดไม่มีวิตามินบี 12 เลย ยกเว้นอาหารหมักดอง


สารสกัดจากมะขามป้อม
มะขามป้อมอุดมด้วยวิตามิน ซี สูง ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระช่วยในการระบาย





© 2006 The natural innovation. Mynutrify.com All Rights Reserved
Quality Assurance 100% Effective