สารสกัดจากกระบองเพชร( Cactus exract )
คุณสมบัติของกระบองเพชร สามารถดูดซับน้ำไว้ได้ ทำให้รู้สึกอิ่ม ลดความอยากอาหาร รับประทานอาหารอื่นได้น้อยลง และที่สำคัญ
กระบองเพชรอุดมไปด้วยเส้นใยอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้สะดวก สำไส้ใหญ่ไม่ต้องทำงานหนัก
ทำให้การควบคุมน้ำหนักได้ผลดี เห็นผลอย่างรวดเร็ว ปริมาณที่ควรรรับประทานคือ 100-500 มก./วัน
ไฟเบอร์ (Fiber)
1. ช่วยให้อาหารเดินทางเร็วขึ้นและมีเวลาอยู่ในระบบทางเดินอาหารสั้นลง จึงช่วยลดการดูดซึม
2. ไฟเบอร์ ไปแย่งพื้นที่ในระบบทางเดินอาหาร ทำให้ลดความอยากอาหารและรับประทานอาหารได้น้อยลง
หากใช้ร่วมกับการควบคุมชนิดและปริมาณอาหาร และออกกำลังกายร่วมด้วยจะยิ่งให้ผลดีในการ ลดน้ำหนัก
3. จากหลาย ๆ การทดลองพบว่าการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มี ไฟเบอร์ อย่างน้อย 2 กรัมขึ้นไปช่วยให้น้ำหนักลดลงได้
สารสกัดจากแอปเปิล ( Apple exract )
แอปเปิ้ลเพคติน อุดมด้วยเส้นใยคุณภาพ ช่วยลดความอยากอาหาร ชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด ลดการสะสมไขมันใหม่
ปริมาณที่ควรรรับประทานคือ 100-200 มก./วัน
ไซเลียม ฮัชค์ ( Psyllium husks), ผงบุก ( Glucomannan )
เส้นใยจากพืชธรรมชาติ มีลักษณะพิเศษพองตัวเหมือนเมือก ทำให้ช่วยดูดซับไขมันที่มาพร้อมอาหาร อุจจาระมีลักษณะลื่น ขับถ่ายสะดวก
ปริมาณที่ควรรรับประทานคือ 500 มก./วัน
โอลิโกฟรุกโตส (Oligofrutose)
เส้นใย “พรีไบโอติก ” เป็นอาหารของจุลินทรีย์ในลำไส้ ช่วยเสริมการทำงานของลำไส้ ให้ทำงานปกติ เพื่อการขับถ่ายที่เป็นปกติ
ปริมาณที่ควรรรับประทานคือ 100-1000 มก./วัน
แอล- คาร์นิทีน (L-Carnithine)
Carnitine เป็นกรด Carboxylic ที่มี Nitrogen เป็นองค์ประกอบ ละลายน้ำได้ และเป็นสารที่คล้ายกับวิตามินซึ่งมีหลายรูปแบบ รูปแบบ
ที่เป็น Active form ในร่างกายและถูกใช้ในงานวิจัยก็คือ L-Carnitine ซึ่งพบได้ในเนื้อ ปกติเรา ได้รับประมาณ 100-300 mg ต่อวัน
ร่างกายสามารถสร้าง Carnitine ได้จากกรด อะมิโน Lysine และ Methionine เราพบ L-Carnitine ในกล้ามเนื้อลายและกล้าม เนื้อหัวใจ
(ตามทฤษฎีแล้ว การเพิ่มการสลายกลูโคสเพื่อให้พลังงานโดยวิธีใช้ออกซิเจน
จะมีผลลดการสะสมของกรดแลคติคที่เกิดจากขบวนการไม่ใช้ออกซิเจน เชื่อกันว่า L-Carnitine อาจจะจับกับ Acetyl CoA เป็น
Acetyl-L-Carnitine ทำให้สัดส่วนของ Acetyl CoA : CoA ลดลง Pyruvate dehydrogenase ซึ่งเป็น Enzyme ที่จะ เปลี่ยน
Pyruvate ไปเป็น Acetyl CoA จึงทำงานมากขึ้น นั่นก็หมายถึงขบวนการ Oxidative metabolism ของกลูโคสเพิ่มขึ้น)
สรุปแอล-คาร์นีทีน ช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันภายในเซลที่ไมโตคอนเดรีย ส่งผลให้ร่างกายนำไขมันที่สะสมมาเปลี่ยนเป็นพลังงาน
ลดการสะสมไขมันภายในร่างกายของเรา ปริมาณที่ควรรับประทานต่อวันคือ 100-500mg.
L-Arginine, L-Ornithine,L-Glutamine, L-Glycine, L-Lysine
เป็นกรดอะมิโนที่ช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันที่สะสมภายในเซลให้ร่างกายนำมาเปลี่ยนเป็นพลังงานในการ
เสริมสร้างกล้ามเนื้อทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น
L-Valine, L-Isoleucine, L-Leucine
เป็นกรดอะมิโนที่ช่วยเร่งการสร้างกล้ามเนื้อทำให้ลดการสะสมของไขมันลง ขณะเดียวกันเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ
และกล้ามเนื้อมีปริมาณมากขึ้น
ครีเอทีน (Creatine)
ครีเอทีนให้ผลทั้งเพิ่ม น้ำหนักและทำให้กล้ามเนื้อทำงานหนัก (ประเภทยกน้ำหนัก) ได้ทนขึ้น สำหรับการเพิ่ม น้ำหนักคงต้องมีการศึกษา
ต่อไปว่าเพิ่มจากอะไรเพราะยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ นัก เพาะกายหรือนักกีฬายกน้ำหนักจะใช้ Creatine ในปริมาณ 20-30 g/day
ส่วนใหญ่ก็จะใช้ระยะเวลาสั้น และไม่พบผลข้างเคียงจากการเสริมด้วย Creatine ในแง่ของการเพิ่มสมรรถภาพของระบบพลังงาน
เราทราบอยู่แล้วว่าใน ขณะออกกำลังกายที่ต้องใช้กำลัง (พลังงานต่อหน่วยเวลา) มาก กล้ามเนื้อจะใช้ระบบ ไม่ใช้ออกซิเจน
(Anaerobic system) ในสัดส่วนที่มากขึ้น ซึ่งจะประกอบด้วยระบบ Creatine phosphate และระบบกรดแลคติค
(Lactic Anaerobic system) เพื่อ สร้างพลังงาน ATP ระบบ Creatine phosphate จะใช้ Creatine ที่ได้รับจาก อาหารโดยตรงหรือ
อาจจะสังเคราะห์จากกรดอะมิโน Glycine และArginine ที่ไต ตับ และตับอ่อน โดยปกติร่างกายจะต้องได้รับ Creatine ประมาณ 2 g ต่อวัน
จึงจะ เพียงพอที่จะสร้าง Creatine phosphate ในกล้ามเนื้อ จากการศึกษาต่างๆ การ เสริมด้วย Creatine 20-30 g/day
เป็นระยะเวลาหลายวัน พบว่าปริมาณ Creatine อิสระ และ Creatine phosphate ในเซลล์กล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นขณะพักหรือ
ระหว่างช่วงที่ออกกำลังกายอย่างหนัก ผลเหล่านี้จะเห็นชัดเจนมากภายใน 2 วันแรก
โครเมี่ยม ( Chromium )
ช่วยเร่งการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต ไม่ให้สะสมในร่างการโดยช่วยรักษาระดับอินซูลินให้คงที่ ปริมาณที่ควรรับประทานคือ 65-130 มคก.
คอปเปอร์ (Copper), แมกนีเซียม ( Magnesium )
ช่วยเร่งปฏิกิริยาการเผาผลาญไขมันและคาร์โบไฮเดรตภายในร่างกาย เพื่อให้ได้พลังงานออกมาในการดำเนินกิจกรรมต่างๆของร่างกาย
ปริมาณการรับประทานตามกำหนด Thai RDI
วิตามินบี1,2,3,5,6
ช่วยเร่งปฏิกิริยาการเผาผลาญไขมันและคาร์โบไฮเดรตภายในร่างกาย และช่วยลดความอยากอาหาร ปริมาณการรับประทานตามกำหนด
Thai RDI
แคลเซียม ไพรูเวท ( Calcium pyruvate)
สารไพรูเวทช่วยให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้น โดยสารไพรูเวทเป็นสารตั้งต้นในการสร้างพลังงานในวัฏจักรเคร์ป
ภายในเซลของร่างกาย ส่งผลให้ร่างกายเร่งการเผาผลาญพลังงานมากขึ้นไขมันที่สะสมก็ลดน้อยลงไป ปริมาณที่ควรรับประทานคือ
250-500 มก./วัน